การประยุกต์ใช้งาน Digital Signage กับ Social Distancing

กระแส “New Normal” หรือ “ความปกติแบบใหม่” ซึ่งหมายถึง สถานการณ์ พฤติกรรม การปฏิบัติต่างๆ ที่เราไม่คุ้นเคย แต่กลายมาเป็นมาตรฐานปกติในปัจจุบันนั้น เกิดขึ้นและเปลี่ยนแปลงหลายอย่างรอบตัวเรา  พฤติกรรมของ New Normal ที่อาจเปลี่ยนไป อาทิเช่น เที่ยวต่างประเทศน้อยลง, เริ่มทำงานที่บ้าน (Work From Home) ในบางบริษัท, ใช้บริการ Food Delivery มากขึ้น, และการรักษาระยะห่างทางสังคม เป็นต้น หากติดตามสถานการณ์ไวรัส COVID-19 คงได้ยินคำว่า Social distancing ปรากฎอยู่ในเนื้อหาข่าวทั้งไทยและต่างประเทศอยู่บ่อยครั้ง คือการเว้นระยะห่างในสังคม ช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส เพื่อให้ผู้ติดเชื้อมีจำนวนลดลง จนสามารถควบคุมได้ เมื่อเราเว้นระยะห่างกัน ไม่มีการสัมผัสกัน โอกาสติดเชื้อก็จะลดลงไป ทำให้ประชาชนทั่วโลก หรือแม้กระทั่งธุรกิจต่างๆ ก็ต้องปรับเปลี่ยนเพื่อความอยู่รอดด้วย  โลกจะถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีออนไลน์ ยกตัวอย่างธุรกิจ healthcare มีการนำระบบ Digital Signage มาใช้ในการให้บริการรักษา

Digital Signage คือ สื่อประชาสัมพันธ์ในรูปแบบจอภาพ / จอแสดงผล ที่สามารถเปลี่ยนทีวี หรือมอนิเตอร์ ให้น่าสนใจเสมือนกับมีช่องทีวีเป็นของตัวเอง โดยสามารถแสดงได้ทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็น ตัวหนังสือวิ่ง, วีดีโอ, Link ถ่ายทอดสด, หน้า website อีกทั้งยังสามารถปฏิสัมพันธ์กับผู้ชม (interactive)  ผ่านจอ Touch screen , motion sensor, RFID, Smart phone ฯลฯ  ช่วยให้ สื่อประชาสัมพันธ์ดึงดูดความสนใจแก่ผู้พบเห็น และเป็นการประหยัดต้นทุนในการจัดพิมพ์และเปลี่ยนแผ่น ป้ายประชาสัมพันธ์ โดยเฉพาะองค์กรหรือร้านค้าที่มีสาขาหรือจุดประชาสัมพันธ์หลายๆที่ สามารถควบคุม และบริหารจัดการ ผ่านระบบโครงข่ายในที่เดียว

โรงพยาบาลนำ Digital Signage มาใช้งานอย่างไรบ้า

  • แสดงข้อมูล รูปภาพ video หรือข้อความที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ให้ผู้ที่มาใช้บริการได้ศึกษาระหว่างรอการตรวจ
  • นำเสนอข้อมูลแพทย์และตารางออกตรวจ
  • นำเสนอโปรโมชันแพ็คเกจการตรวจสุขภาพต่าง ๆ เช่น การตรวจสุขภาพประจำปี การตรวจสุขภาพช่องปาก ฯลฯ
  • ใช้งานร่วมกับระบบคิวของโรงพยาบาล แสดงคิวตรวจ คิวรับยา ณ จุดต่างๆในโรงพยาบาล เพื่อลดความหนาแน่นของคนไข้หน้าห้องตรวจ/ ห้องจ่ายยา ตามมาตรการทางสาธารณสุข เรื่อง การเว้นระยะห่างจากสังคม (Social Distancing)

ข้อดีของ Digital Signage

  • ใช้งานง่ายในโปรแกรมเดียว
  • สามารถเปลี่ยนสื่อ หรือ Update Content ทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวได้พร้อมกันทุกจุดแบบ Real Time
  • รองรับการใช้งาน 24 ชั่วโมง
  • มีความแข็งแรงทนทาน ติดตั้งและเคลื่อนย้ายได้ง่าย

นอกจากโรงพยาบาลแล้ว ยังสามารถใช้ Digital Signage กับหน่วยงานอื่นได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น โรงแรม, ห้างสรรพสินค้า, สถานจัดแสดงสินค้า, สถานที่ราชการ, อาคารสำนักงาน, สถาบันการศึกษา, ร้านอาหาร, ซุปเปอร์มาร์เก็ต, สถานออกกำลังกาย, โชว์รูมรถยนต์และศูนย์บริการ, โรงงาน, มินิมาร์ท, พิพิธภัณฑ์, สนามบิน หรือทุกสถานที่ที่ต้องการแจ้งข่าว / บอกกล่าวข้อมูลให้กับกลุ่ม เป้าหมาย


ข้อมูลอ้างอิง

https://www.sanook.com/health/22569/